แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นครพนม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นครพนม แสดงบทความทั้งหมด

วัดโอกาส นครพนม

วัดโอกาส เป็นอีกวัดหนึ่งของนครพนม ที่เก่าแก่ สวยงามและศักดิ์สิทธิ์ วัดนี้สร้างในพ.ศ.1994 หรือเมื่อกว่า 500 ปีมาแล้ว ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี 2181 เดิมชื่อว่าวัดพระศรีบัวบานพระเจ้าติ้ว เพราะมีพระพุทธรูปสร้างด้วยไม้ติ้ว บุทองคำหนัก 30 บาท

ชาวเมืองนี้นับถือว่าท่านศักดิ์สิทธิ์ช่วยดับทุกข์และสร้างความร่มเย็น และโอกาสดีๆให้ผู้มากราบไหว้ ต่อมาชาวบ้านจึงเรียกว่าวัดโอกาส  แต่อีกกระแสร์หนึ่งที่ชื่อนี้เพราะวัดนี้มีข้าโอกาสคือไพร่ที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานให้กับวัดนี้เพื่อดูแลวัดให้สะอาด ช่วยซ่อมแซมศาสนสถาน และถ้าวัดมีที่ดินที่อาจติดวัดหรือห่างวัด ข้าโอกาสจะได้เพาะปลูกในที่วัด พอได้ผลผลิตก็นำผลผลิตส่วนหนึ่ง (ราว10%) มาถวายวัดเหมือนเป็นค่าเช่า ข้าโอกาสไม่ต้องถูกบ้านเมืองเกณฑ์แรงงานเหมือนไพร่ชนิดอื่น ยกเว้นเวลาเกิดศึกสงครามจะถูกเกณฑ์ไปรบเหมือนไพร่ชนิดอื่น ข้าโอกาสนี้จะสืบต่อจากรุ่นพ่อสู่ลูก

วัดนี้สมัยก่อนมีข้าโอกาสหนึ่งหมู่บ้านดูแล (แต่วัดพระธาตุพนมมีข้าโอกาสหรือข้าวัดหลายหมู่บ้านดูแล) ระบบนี้เลิกไปเมื่อ ร.5 ทรงตรา พรบ.เลิกไพร่และทาสในปี 2448
ผู้เขียนหน้าโบสถ์วัดโอกาส(พย.59)

ผู้เขียนหน้าประตูโบสถ์อันวิจิตร(พย.2559)

ประตูโบสถ์อันวิจิตร

สามภาพหลัง หน้าต่างไม้สลักอันวิจิตร





อ่านเพิ่มเติม »

วัดมหาธาตุ นครพนม

วัดมหาธาตุเป็นอีกวัดหนึ่งของจ.นครพนมที่สวยงาม เก่าแก่ แต่คนส่วนมากไม่รู้จักเพราะนักท่องเที่ยวมีเวลาน้อยถ้ามาจ.นครพนมก็จะต้องมาไหว้แต่พระธาตุพนม ที่จริงวัดมหาธาตุอยู่ในตัวเมืองนครพนมนี่เอง ในขณะที่พระธาตุพนมอยู่ห่างจากเมืองนครพนมลงไปทางใต้ราว 50 กม.ที่พักก็ไม่สะดวกเท่าพักในเมืองนครพนม

วัดมหาธาตุตามป้ายประวัติที่ทางวัดทำไว้ระบุว่าวัดนี้สร้างใน พ.ศ.1150 ถ้าข้อมูลนี้ถูกต้องวัดนี้มีอายุกว่า 1400 ปี รุ่นใกล้เคียงกับพระธาตุพนม  แต่ไม่ระบุว่าใครสร้าง เดิมชื่อวัดมิ่งเมือง แต่เนื่องจากมีพระธาตุของพระอรหันต์และธาตุของชาวบ้านสร้างไว้ในวัดเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า วัดธาตุ

ในปี 2463 จึงมีการสร้างพระธาตุเลียนแบบพระธาตุพนมองค์เก่าที่ถล่มไปในปี2518 แต่ขนามย่อมกว่าคือสูง 24 เมตรสร้างเสร็จและสมโภชในปี 2465 และนำพระธาตุพระอรหันต์มาบรรจุเหมือนเดิมและเรียกว่าพระธาตุนคร นับแต่นั้นมาก็ตั้งชื่อเสียใหม่ว่าวัดมหาธาตุ

วัดนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง องค์พระธาตุนครอยู่ห่างจากแม่น้ำราว40 เมตร ด้านตะวันออกมีถนนและทางเดินอันสวยงามสำหรับชมวิวทิวเขาฝั่งลาวที่งดงามมากและวิวแม่น้ำโขง ชาวเมืองนิยมมาเดินและวิ่งบนทางเดินยาวเป็นกิโลเมตรขนานไปกับแม่น้ำโขง

แผ่นป้ายจารึกประวัติวัดมหาธาตุ

พระธาตุนครถ่ายเมื่อ พย.2559

ผู้เขียนหน้าพระธาตุนคร พย.2559

พระอุโบสถวัดมหาธาตุ พย.2559

พระประธานในพระอุโบสถวัดมหาธาตุ พย.2559


อ่านเพิ่มเติม »

เล่าเรื่องพระธาตุพนมโดยสังเขป

พระธาตุพนมเป็นพุทธสถานที่เก่าแก่ที่สุดในภาคอีสาน ตามตำนานอุรังคธาตุระบุว่าพระธาตุพนมสร้างในพศ.8 แต่นักโบราณคดีดูจากสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมระบุว่าสร้างหลัง พ.ศ.1200  สร้างเพื่อบรรจุพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า

ผู้นำในการก่อสร้างมี 5 คนคือพญาจุลมนีพรหมทัตแคว้นจุลนี (ในเวียดนาม) พญาอินทปัตถนครจากเมืองอินทปัตถนคร (ในกัมพูชา) พญาคำแดง เมืองหนองหานน้อย(กุมภวาปี) พญานันทเสนเมืองศรีโคตบูร (นครพนม) และพญาสวรรณภิงคาร เมืองหนองหาน (สกลนคร)

บริเวณที่ก่อสร้างเดิม เป็นเทวสถานของศาสนาฮินดูซึ่งคนแถบนี้นับถือมาก่อนแต่ร้างไปนานแล้ว ศิลปะและรูปแบบการก่อสร้างผสมผสานกันหลายกลุ่มมีทั้งแบบทวารวดี ขอม พื้นเมืองที่นี่ และเวียดนาม

รูปแบบโครงสร้างของพระธาตุพนมได้ปรับเปลี่ยนไปตามช่วงสมัยของการบูรณะซึ่งมี7ครั้ง

ครั้งที่ 1 พญาสุมิตธรรมวงศาแห่งมรุกขนคร (นครพนม) ทรงของพระธาตุคลัายแตงโมที่มียอดแหลม

ครั้งที่ 2 ปี 2157 มีพระยานครหลวงพิชิตราชธานีแห่งศรีโคตบูร(นครพนม)เป็นประธานบูรณะ สร้างกำแพงล้อม ประตูโขง

ครั้งที่ 3 ปี 2236-45 มีเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก(ท่านเกิดที่หนองบัวลำภู) แห่งเวียงจันทน์เป็นประธาน สร้างอูบสำริดบรรจุเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสาริกธาตุ และพระเงิน พระทอง พระแก้ว และอัญมณี

ครั้งที่ 4 ปี 2350-56 พระเจ้าอนุวงศ์กษัตริย์เวียงจันทน์ประธานบูรณะทำฉัตรทองประดับเพชรพลอยราว200เม็ด

ครั้งที่ 5 ปี 2444 พระครูวิโรจน์รัตโนบล แห่งวัดทุ่งศรีเมือง อุบล เป็นประธานโบกปูนทั้งองค์ ลงรักปิดทอง ส่วนบนบุแผ่นทองประดับ

ครั้งที่ 6 ปี 2483-4 รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม สั่งให้กรมศิลปากรเสริมองค์พระธาตัให้สูงอีก14.5 เมตร เพื่อให้คนฝั่งซ้ายได้เห็นและเกิดแรงจูงใจอยากมารวมกับฝั่งขวา

ครั้งที่ 7 ปี 2497 รัฐบาลจอมพล ป.สั่งให้สร้างฉัตรทองจากทองและเงินที่ประชาชนบริจาค แทนฉัตรเก่าที่พระเจ้าอนุวงศ์ทรงสร้างซึ่งเอาลงมาเก็บไว้ในวัด และโบกปูนใหม่

ต่อมาอีก 21 ปี พระธาตุพนมก็ถล่มลงมาในวันที่11 สค.2518 เวลา 19.38 น.สาเหตุที่ถล่มมาจากแผ่นดืนไหวในเดือนมีนาคม 2518 เกิดรอยร้าว ต่อมาในเดือน สิงหาคม ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้ปูนอิฐที่ก่อและฉาบไว้อ่อนตัว ทำให้รอยแตกขยายใหญ่และยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  4 วันก่อนถล่ม เจ้าอาวาสได้ส่งหนังสือแจ้งกรมศิลปากรให้มาตรวจสอบโดยด่วน ก่อนพระธาตุถล่มไม่ถึงสอง ชม.เจ้าอาวาสได้ระดมพระเณรขนพระพุทธรูปที่ตั้งราว300 องค์ ที่ตั้งอยู่รอบพระธาตุพนมออกมา ขนเสร็จได้แค่ 30 นาที พระธาตุพนมก็ถล่มลงมากองกับพื้น

คืนนั้น เจ้าอาวาสได้ตั้ง กก.มีทั้งพระ เณรตำรวจและฝ่ายปกครองดูแลสิ่งของมีค่าที่กระจายลงมาพร้อมกับพระธาตุ มีกก.ทำบัญชีสิ่งของดัวกล่าวด้วย

รัฐบาลเร่งสร้างพระธาตุพนมขึ้นใหม่เพราะ จิตใจของคนอีสานและคนไทยว้าเหว่สับสนมากเพราะในเดือนเมษายนปีนั้น เขมรแดงยึดเขมรได้ทั้งหมด ไม่กี่วันต่อมาเวียดนามเหนือยึดเวียดนามได้ และในเดือนสิงหาคมที่พระธาตุพนมถล่มลาวแตก ฝ่ายคอมมิวนิสต์ยึดลาวได้ทั้งหมด คนไทยเกิดความกล้วว่าไทยจะกลายเป็นคอมมิวนิสต์ไปด้วย พระธาตุพนมถล่มจึงเป็นเหมือนลางร้าย รัฐบาลจึงต้องสร้างพระธาตุพนมขึ้นใหม่เพื่อเรียกขวัญคนไทยกลับมา

พระธาตุพนมที่เราเห็นทุกวันนี้คือพระธาตุที่สร้างใหม่ที่มีรูปทรงคล้ายองค์เก่า

งานสมโภชพระธาตุมีทุกปีในเดือนสามตามแบบที่ปฏิบัติกันมาหลายศตวรรษ พระธาตุพนมเป็นพระธาตุที่คนอีสานนับถือกันมากที่สุดมาแต่โบราณ ผู้เขียนเคยสัมภาษณ์ผู้เฒ่าในจ.ขอนแก่น ชัยภูมิ เมื่อปี 2526  ท่านเล่าให้ฟังว่าคนสมัยก่อน(ราวๆ2460-2480) ไม่มีรถโดยสาร เวลาไปไหว้พระธาตุพนมต้องเดินเท้าเป็นกลุ่มๆเป็นสัปดาห์กว่าจะถึง ไหว้พระธาตุและชมงานสักสองสามวันก็เดินเท้ากลับหมู่บ้านของตน นี่คือความศรัทธาในพุทธศาสนาของคนสมัยก่อน

พระธาตุพนมถ่ายเดือนพย.2559

พระธาตุพนมถ่ายเมื่อ พย. 2559

อูบสำริดพระครูโพนสะเม็กสร้างบรรจุพระบรมสาริกธาตุและอัญมณี

ฉัตรทองที่พระเจ้าอนุวงศ์ทรงสร้างปี2356

ภาพโครงสร้างพระธาตุพนมสมัยต่างๆ ก่อนถล่มในปี2518

ร้านค้าในพื้นที่รอบๆวันมีขายทุกวัน เป็นพื้นที่ซี่งชาวบ้านนับร้อยครัวเรือนมีอาชีพเลี้ยงครอบครัว


อ่านเพิ่มเติม »

โฮจิมินห์และอนุสารีย์ที่บ้านนาจอก

โฮจิมินห์ เกิดวันที่ 19 พค.2433 ณ บ้านฮหวางจู่ จ.เหงะอาน เวียดนามเหนือ บิดาชื่อเหงียน ซิญ ซัก เมื่อบิดาสอบจอหงวน(เทียบเท่าป.เอก)ได้ก็ถูกส่งไปรับราชการที่ห่างไกลบ้านเกิด เขาอายุ11ขวบ กลับมาอยู่กับแม่และน้องชายอีกคนเพราะแม่ตั้งท้อง แต่แม่ก็ตายหลังคลอดน้อง เขาจึงต้องดูแลน้องสองคนและน้องเล็กก็มาตายลง ตอนเด็กเขาลำบากมากและเห็นความไม่เป็นธรรมที่จักรวรรดินิยมฝรั่งเศสกดขี่ขูดรีดชาวนาเวียดนาม เขาจึงมีความคิดต่อต้านฝรั่งเศสตั้งแต่เด็ก

ปี 2454 เขาเป็นคนครัวในเรือเดินสมุทรเพื่อไปศึกษาต่อที่ฝรั่งเศส

ปี 2461 ขณะมีการเจรจาเพื่อลงนามในสัญญาสันติภาพที่แวร์ซายส์ เขาถูกกีดกันมิให้ยื่นข้อเสนอปลดปล่อยอินโดจีนให้เป็นเอกราช ต่อประธานาธิบดีวิลสัน ของสหรัฐซึ่งมีอิทธิพลมากที่สุดหลังสงครามโลกครั้งที่1

เขาเดินทางแสวงหาแนวร่วมหลายประเทศทั้งอังกฤษ สหรัฐ รัสเซีย ที่จีนเขาร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ ต่อมาถูกเจียงไคเช็คแห่งพรรรก๊กมินตั๋งกวาดล้าง เขาจึงหลบหนีมาไทย และเคยบวชเป็นพระและสอนลัทธิคอมมิวนิสต์และหาแนวร่วมเพื่อปลดปล่อยอินโดจีน เดินทางไป ที่ซึ่งมีชาวเวียดนามกทม.พิจิตร นครสวรรค์ อุดรหนองคาย และมาปักหลักทำนาหาเสบียง เงิน แนวร่วมที่บ้านนาจอก ต.หนองญาติ อ.เมือง นครพนม ช่วง2466-74 โดยพักที่บ้านของนายเตียว เหงียนวัน

เขาเดินทางไปอีกหลายประเทศจนปี2484 ก็กลับเข้าเวียดนามทำการกู้ชาติ หลังสงครามโลกครั้งที่สองสงบในปี2488 โฮจิมินห์ประกาศเอกราชแต่ฝรั่งเศสไม่ยอมส่งกองทัพและอาวุธทันสมัยกว่าเดิมปราบปราม แต่ด้วยการวางแผนการรบอย่างเฉลียวฉลาดของหงอ เหวียน ซ๊าป สหายและคู่เขยของโฮจิมินห์ กองทัพเวียดนามก็เอาชนะฝรั่งเศสได้อย่างเด็ดขาดที่เดียนเบียนฟูในปี2497 ฝรั่งเศสต้องถอนตัวออกจากอินโดจีนอย่างสิ้นเชิง

โฮจิมินห์ เลขาธิการคนแรกของพรรคแรงงานเวียดนามได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามจนถึงแก่กรรมในวันที่ 2กย.2512

ต่อมาชาวเวีดนามในไทย และรัฐบาลเวียดนามได้ร่วมกันสร้างอนุสาวรีย์เพื่อระลึกถึงคุณความดีของโฮจิมินห์และความช่วยเหลือที่ชาวเวียดนามในไทย ตลอดจนรัฐบาล ดร.ปรีดี พนมยงค์ได้เคยส่งอาวุธไปช่วยโฮจิมินห์กู้เอกราชตอนหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

อนุสาวรีย์โฮจิมินห์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจ.นครพนม อยู่ชานเมืองนครพนม

โฮจิมินห์เป็นคนรักเด็ก

โฮจิมินห์ ขณะบัญชาการรบกับฝรั่งเศสในปี2496-97

บ้านนาจอกหลังที่โฮจิมินห์กับหงอ เหวียนซ๊าปและแกนนำอีกหลายคนเคยวางแผนทำสงครามขับไล่ฝรั่งเศสออกจากอินโดจีน

อนุสาวรีย์โฮจิมินห์ที่บ้านนาจอก



สองภาพหลังผู้เขีบนถ่ายที่อนุสรณ์สถานโฮจิมินห์มี่บ้านนาจอก นครพนม

อ่านเพิ่มเติม »